วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

เมื่อเดือนกว่าๆที่แล้ว

0:28 กลับถึงบ้าน อาบน้ำ หลังจากงานเลี้ยงส่งพนักงานลาออก


หวิวๆเหมือนกัน บอกไม่ถูก งานเลี้ยงดูเหงาๆ ไม่เต็มที่ อาจเพราะทุกคนมีภารหน้าที่ที่ต้องผจญภัยกันตั้งแต่เช้า บางคนต้องลุกจากที่นั่งหลังการมาถึงเพียงไม่ถึงชั่วโมง หรือบางคนก็มีกิจอันสำคัญกว่าที่ต้องขอตัวกลับก่อน ผมไม่โทษงานเหล่านั้น หรือวันเวลาที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย ไม่มีใครอยากรีบกลับหรอก ผมปลอบใจตัวเอง เจือปนกลิ่นของความรู้สึกน้อยใจเล็กๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ขอขอบคุณสำหรับเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่สละเวลาและทรัพย์สินส่วนบริษัทมา เลี้ยงดูปูเสื่อลูกน้องตัวน้อยๆเป็นมื้อสุดท้ายอย่างเป็นทางการ


ผมโบกแท็กซี่ฝั่งตรงข้าม กระโดดขึ้นนั่งพร้อมกับความคิดพลุ่งพล่านถึงอดีตที่เคยสุขและทุกข์กันมาตลอด ระยะเวลาเกือบสี่ปีที่บริษัทนี้ จู่ๆน้ำตาก็เอ่อล้นโดยผู้กำกับยังไม่ได้สั่ง ฤทธิ์สุราอาจไปกระตุ้นเร้าความทรงจำที่พอระลึกได้เท่าที่สติจะประคองไหว ประมวลผลของความรู้สึกดีและไม่ดี ทุกข์และสุข หัวเราะและร้องไห้ เครียดและปลดปล่อย ฯลฯ รวมตัวกลั่นออกมาเป็นของเหลว ไหลหล่นตามแรงโน้มถ่วงจากดวงตา


ขอบคุณมากครับ สี่คำสั้นๆ แต่อุดมไปด้วยไม้ยมกมากกว่าร้อยครั้ง คือสิ่งเดียวที่ผมกล่าวได้แทนความรู้สึกตอนนี้ ที่เหลือ ตัวหนังสืออาจถ่ายทอดได้ไม่เท่าสิ่งที่รู้สึกกันภายในจิตใจของกันและกัน หากจะโกรธ เกลียด หรือไม่พอใจอย่างไรในสิ่งที่ทผมกระทำไปโดยเจตนาหรือไม่ก็ตามแต่ ยกโทษให้ผมด้วย


ขอบคุณมากครับ อีก(หลายๆ)ครั้ง

ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ยินดีที่ได้รู้จัก


ปืน

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันพิเศษ

เช้านี้ผมมีความตั้งใจประการหนึ่งว่า จะเดินทางไปที่ทำงานโดยรถโดยสารประจำทางสาธารณะแล้วผมก็ทำสำเร็จ มันอาจดูเป็นความพยายามเกินหน้าเกินตาผู้โดยสารท่านอื่นๆ ที่คงค่อนแคะปนหมั่นไส้ว่ามึงเป็นอะไรก็ตามที แต่ผมขอชื่นชมคนเหล่านั้นว่า ท่านเป็นผู้มีความอดทนและดำเนินชีวิตได้อย่างถึงแก่นแล้วจริงๆ
โดยปกติแล้ว ผมเดินทางไปทำงานด้วย TAXI เป็นหลัก จากถิ่นที่อยู่พระรามสี่ถึงที่ทำงานสุขุมวิทสามสิบเก้า หากต้องเดินทางด้วยวิธีอื่น ต้องมีอย่างน้อยสี่ขั้นตอนในการเลือกวิธีเหล่านั้น ตั้งแต่นั่งจักรยานยนต์รับจ้าง ต่อรถใต้ดิน รถบนดิน และจับพาหนะอีกสักอย่างเข้าในซอย ซึ่งกว่าจะถึง TAXI คันเดียวกันที่โบกก็พาผมขึ้นไปนั่งผึ่งพุงที่โต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้ว
แต่อย่างที่ผมเอ่ยไปตอนต้น การยืนรอรถโดยสารประจำทาง ก็ทำให้ผมได้อดทนรอคอยกับสายที่ยังมาไม่ถึงอย่าใจจดใจจ่อ หงุดหงิดในช่วงแรก และเกือบจะโบก TAXI ในหลายๆครา แต่นั่นแหละที่ทำให้ผมชื่นชมผู้โดยสารท่านอื่นๆจากใจจริง การที่ผมเคยชินกับความสะดวกสบายมากเกินไป ทำผมอยากจะสลัดมันออก ให้หลงเหลือแค่ความสะดวกสบายตามความเหมาะสม ไม่ใช่นิสัย อาจเพียงเพราะผมคิดอย่างสั้นๆว่า ก็มีเงินมากพอจะแบ่งปันให้คนขับรถ TAXI ได้ใช้ หรือตัดความวุ่นวายของสุ้มเสียง ผู้คน และมลภาวะ หลังปิดประตูรถ TAXI แล้วนั่งตากแอร์เย็นๆ ก็เท่านั้น ซึ่งวันนี้ รถโดยสารประจำทางสาย 47 ได้ทำให้ผมรู้ว่า คนสร้างมลภาวะให้เกิดขึ้น คือตัวผมเอง และมันจะยังคงอยู่ภายใน ส่งเสียงอย่างเงียบๆ และดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อผมแก่ลงเรื่อยๆเช่นกัน
ผมได้ยืนโหนอยู่ภายในรถ ความรู้สึกเหมือนกางวงเวียนจนสุดแล้วหมุนมันรอบๆ เห็นผู้คนตั้งแต่เด็กยันแก่ พนักงานออฟฟิศ นักเรียน แม่ค้า คนพิการ ชาวต่างชาติ และอีกมากมายที่สังเกตเห็นได้ ผมอาจจะขึ้นรถไฟฟ้า BTS อยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นก็ธรรมดาเกินไป นานมากแล้วที่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกหนานุ่มบางกรอบ ตลบอบอ้าว ว้าวว้าวว้าวว้าว เหมือนๆกับซื้อรองเท้านักเรียนแล้วได้ของแถม ยังไงยังงั้นเลย
ว่าแต่ ของแถมของคุณคืออะไร

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Survey Gateway


มีโอกาสไป survey พื้นที่จัดงานแถวสยามสแควร์
พื้นที่ center point เดิม renovate ใหม่
TCC Land ได้ไป ....ออกมาอย่างที่เห็น

infinity

like coca-cola contour shape

under construction

local graffiti

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

human talk

ไปปายปลายปี
หกเดือนผ่านไป เพิ่งเอาฟิล์มไปล้าง
ชัดบ้าง เบลอบ้าง ก็ว่ากันไป





วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เหมือนจะต่างกัน

เท้าคาง / ญี่ปุ่น / นั่ง / เบียร์ / โชว์
สถานที่ : ถนนข้าวสาร
เท้าคาง / ไทย / นั่ง / พวงมาลัย / ตุ๊กตา
สถานที่ : สี่แยกแถวสาธร


home







form




ครึ้ม
















!!!


วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

อาตมาเองโยม

ฤกษ์งามยามดี มีโอกาสได้บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ได้ฉายาว่า "เอกวจโน"
บรรพชาอุปสมบท 8 มีนาคม 2552
ลาสิกขาบท 29 มีนาคม 2552
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี

จากผ้าขาว สู่ผ้าเหลือง

พอได้มาบวช ทำให้เข้าใจชีวิต เข้าใจตัวเอง และเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น เมื่อปราศจากชีวิตที่ฟุ้งซ่านและยุ่งเหยิงจากโลกใบเก่า ขยะในร่างกายที่คละคลุ้งทุกวี่วันก็เริ่มตกตะกอน เหมือนได้มา detox ทั้งร่างกายและจิตใจ เคาะสนิมที่กัดกร่อน ชำระล้างปฎิกูลที่หมักหมมมานาน 27 ปี สงบ นิ่ง และมีโอกาสได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่างมีสติ
เมื่อสึกออกไปก็คาดหวังว่า ตะกอนเหล่านั้นจะนอนแน่นิ่งอยู่ ณ ที่ที่ควรดำรงอยู่ หากไม่เอาจิตใจไปแกว่งกวนให้ขุ่นหมองขึ้นมาอีกครั้งเมื่อจำต้องกลับเข้าสู่โลกใบเก่า ใบเดิม

อาตมาอยู่ที่นี่ กุฎิ ๘

ทางแยก หยุดก่อน

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมว ที่กุฎิ

พระมณฑป

ขาว-ดำ

ยามเช้ามืด ก่อนบิณฑบาต

โยมยังคงหลับอยู่ แต่อาตมาออกบิณบาตแล้ว

ฉันจะบิณ บิณไป ไกลแสนไกลไม่หวั่น

ระหว่างทาง

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ของใคร

"เงินของเรา คือเงินทอนของคนอื่น
ไม่มีอะไรเป็นของๆเรา"